Thursday, October 24, 2013

จูบดีมีประโยชน์



จูบดีมีประโยชน์ (Lisa)





คงไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า จูบนั้นมีประโยชน์กับร่างกายและจิตใจอย่างไรบ้าง ดร.เคลาส์ ฮาร์ทมัน นายแพทย์ชาวเยอรมันอธิบายเปรียบเทียบการจูบว่ามันเหมือนกับการจุดพลุที่พุ่งโพลงสว่างไสวก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมี เพราะในขณะที่จูบกันนั้นเกิดการหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข และฮอร์โมนอะดรีนาลิน (Adrenalin) นอกจากนี้ชีพจรยังเต้นเป็นจังหวะถึง 120 ครั้งต่อนาที อุณหภูมิในร่างกายก็สูงขึ้นตามไปด้วย และเส้นโลหิตก็ขยายตัว จึงเหมือนกับเป็นยาขนานเอก ที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคแข็งแรงและช่วยสลายความเครียด

ประโยชน์ของการจูบ 10 ข้อ
          1.สลายความเครียด ในชั่วขณะที่จูบกัน จะทำให้เราลืมสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นความโกรธที่พกมาจากที่ทำงานความขุ่นเคืองกับเพื่อนสนิท หรือความเครียดจากงานกองโต ฯลฯ

          2.ทำให้ผิวหน้าตึงกระชับ  การจูบกันนานๆ และการจูบในขณะที่มีสัมพันธ์สวาทกัน นอกจากจะทำให้โลกของคุณสว่างไสวแล้ว มันยังให้ผลที่ดีในด้านความอ่อนเยาว์อีกด้วย เพราะการจูบเป็นการบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า 34 ตำแหน่งทำให้ใบหน้ากระชับและที่สำคัญก็คือ ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มความสวยกระชับให้กับใบหน้า

          3.ให้ความสนิทสนมกันมากกว่าการมีเซ็กซ์  บางครั้งการมีเซ็กซ์ด้วยกันบนเตียงให้ความรู้สึกที่ว่างเปล่า และอาจจะมีความห่างเหินแฝงอยู่ด้วย แต่การจูบกันกลับให้ความรู้สึกที่จริงใจและเป็นกันเองมากกว่า

          4.ให้ความผูกพันลึกซึ้งมากกว่าเซ็กซ์  การจูบคือการให้สัญญาอย่างหนึ่ง และบางครั้งการจูบมีความอ่อนหวานซาบซึ้งมากยิ่งกว่าการมีเซ็กซ์เสียอีก

          5.จูบมีหลายวิธี  วิธีจูบกันมีมากมายหลายวิธี หนังสือบางเล่มเขียนอธิบายถึงวิธีจูบ 30 วิธี ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยากเลย

          6.สุขภาพดี  จากการศึกษาของนักวิจัยชาวอเมริกากล่าวไว้ว่าการจูบกันทำให้คนเราไม่ต้องไปหาหมอบ่อย หน้าที่การงานก็ประสบความสำเร็จมากกว่าและทำให้อายุยืนไปอีก 5 ปี ใครก็ตามที่ก่อนไปทำงานในตอนเช้าได้จูบกับแฟนสุดที่รักแล้วล่ะก็จะทำให้ปลอดโปร่งช่วยลดอุบัติเหตุจากการขับรถบนท้องถนน และยังทำให้หลั่งฮอร์โมนหลายชนิดออกมา ซึ่งให้ประโยชน์กับร่างกายอีกด้วย

          7.แค่จูบก็บอกความรู้สึกได้ทุกสิ่ง  การจูบกันเป็นสื่อบอกความหมายอย่างหนึ่งที่ไม่ต้องใช้คำพูดใดๆ เช่น ความรัก ความไว้วางใจ การสารภาพผิด ความหวังหรือความหมดหวัง บางครั้งความรู้สึกก็ไม่สามารถกลั่นออกมาเป็นคำพูดได้ แต่การจูบบอกความรู้สึกได้ทั้งหมด

          8.ช่วยเผาผลาญแคลอรี  แค่กอดรัดกัน 3 นาทีช่วยเผาผลาญพลังงานได้ 12 แคลอรี หากคุณกินขนมเค้กหนึ่งชิ้นก็สามารถเผาผลาญพลังงานจากขนมเค้กที่กินเข้าไปด้วยการจูบ 1 ชั่วโมง 40 นาที

          9.จูบไขความลับ  การจูบในที่นี้ไม่ใช่เจ้าชายจูบเจ้าหญิงแล้วเจ้าหญิงก็ฟื้นตื่นขึ้นมา แต่การจูบปากในที่นี้ทำให้คนที่ถูกจูบคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

          10.การจูบเพิ่มความสุข  การจูบให้ความหวานที่ไม่เหมือนกับการทานช็อกโกแลต 25 กรัม เพราะการจูบไม่มีแคลอรีเลยแต่ในแง่วิชาการนั้นการจูบและการทานช็อกโกแลตให้ความสุขแก่เราเหมือนกัน

วันนี้คุณให้ความรู้สึกดีๆ กับคนที่คุณรักด้วยความหวานไร้แคลอรีแล้วหรือยัง

ขอบคุณข้อมูลจาก Kapook.com, Lisaguru.com

Saturday, July 9, 2011

HOW TO BE A GOOD LEADER ?

วันนี้มีโอกาสรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับ "ภาวะผู้นำ" จากอาจารย์ ยม นาคสุข
ซึ่งก็มีหลายเรื่องโดนใจ และ เออ! มันจริงๆ และมันใช้ได้จริงๆ มาฝากกัน

ท่านบอกว่า การเป็นหัวหน้า หรือผู้นำที่ดีต้องมี 7 อย่างนี้
1. การมุ่งประโยชน์ส่วนรวม (Social/National Interest)
2. ปกครองด้วยหลักธรรมาธิปไตย/ธรรมาภิบาล (Meritocracy/Good Governance)
3. มีความสามารถ (Competence)
4. มีความสำนึกรับผิดชอบ (Accountability)
5. มีความเป็นกลาง (Neutrality)
6. การมุ่งสัมฤทธิ์ผล (Result Orientation)
7. ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism)

ที่โดนใจคือ 'มีความเป็นกลาง' เพราะคนส่วนใหญ่เมื่อมองอะไรติดลบ โดยเฉพาะกับบุคคล ก็จะไม่หันไปมองส่วนดีของเขาเลย นั่นเป็นการใช้สมองแค่ซีกเดียว (แล้วอีกซีกคุณเอาไว้ทำอะไร?) ซึ่งจริงๆ แล้วทุกคนต่างก็มีจุดเด่นและจุดด้อยของตัวเอง
เขาเป็นคนไม่ดีในบางเรื่องแต่ก็ใช่ว่าเขาไม่มีข้อดีเลย.. ซึ่งเราควรจะนำจุดด้อยของเขามาเป็นตัวอย่างที่ไม่ควรเป็น ไม่ควรทำ ... และนึกถึงข้อดีของเขา นำจุดเด่นของเขามาใช้กับตัวเราเอง 


เล่าไปเล่ามา ท่านอาจารย์ยม ก็มาออกเรื่องการช่วยคนที่ใกล้ตาย ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่องราวนี้เราก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน ว่าคนที่ใกล้จะตายหากนึกถึงพระ, บุญที่เราได้ทำ,วัด  หรือที่พึ่งทางใจในทางธรรมต่างๆ ได้ จะช่วยให้ได้ขึ้นสวรรค์

จากประสบการณ์ของท่านที่ตั้งใจอยากช่วยคนๆ หนึ่ง จึงเล่าให้กับโยมท่านที่กำลังจะสิ้นประมาณว่ากำลังทำบุญนะ ถวายอาหารเสร็จแล้ว ทีนี้ก็รับพร สวดมนต์แผ่เมตตา ก็ว่าไป ท่านก็ให้ฟังเป็นเสียงสวดแผ่เมตตาที่อัดไว้ (ขนาดฟังในห้องบรรยาย ยังได้ Feeling เลย ดีมากๆ) จนตอนนี้ โยมท่านนั้นยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ต้องรักษาตัวอยู่เนืองๆ : )


แล้วก็มี Trip สะกดจิต ให้ทุกคนได้ไปลองกันดู (ใครได้ผลเป็นอย่างไร ก็บอกข่าวกันบ้างนะค่ะ)
ใครที่มี สามีหรือภรรยาขี้เมา ไม่รัก ไม่ห่วง ลองวิธี ปล่อยให้เมาไปจนหลับไปเลย หรือเวลาที่เขาหลับสนิท (อย่าไปใส่ยานอนหลับให้ละ เดี๋ยวไม่ตื่นขึ้นมาแย่้เลย) เขี่ยๆ จมูกนิด จั๊กจี้ฝ่าเท้าหน่อย เอาให้มั่นใจว่าหลับสนิทชัวร์ ไม่งั้นลุกมาก้านคอไม่รับประกันนะจ้า แล้วจากนั้นก็กระซิบเบาๆ ข้างหูอย่างกับจะสะกดเขา เช่นว่า.. 'จะเป็นคนดี... จะเป็นคนดี... จะเป็นคนดี...' หรือ 'รักเมียคนเดียว.. รักเมียคนเดียว..'


หลักการจะเป็นผู้นำที่ดี ที่เก่งก็สามารถใช้ได้เช่นเดียวกัน ยามที่เจอปัญหา ก็ท่องไว้ 'เราทำได้.. เราเก่ง.. เราทำได้' แล้วเชื่อเถอะว่าเราจะทำมันได้จริงๆ อย่างที่เราตั้งใจไว้ หรือคนที่อ้วนต้องการลดน้ำหนัก ไม่ควรท่องว่า 'ไม่อ้วน.. ไม่อ้วน.. ' จิตสำนึกเราจะจดจำคำว่า 'อ้วน' เข้าไป ควรเปลี่ยนเป็น 'ฉันจะผอม.. ผอม...ผอม' ดีกว่าแน่นอน !!


อย่างไรก็ดี เหล่านี้ช่วยให้จิตใจของคุณสดชื่นได้ขึ้นมาแน่นอน Just try it once :)